:: เทศบาลเมืองกำแพงเพชร KampaengPhet Municipality ::
 
ค้นหา
 
 

 

โครงการเฉลิมพระเกียรติ " ให้สถานภาพทางกฎหมายแก่คนไทยที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน"
 

           สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ตั้งอยู่ที่ 17 ถ.วิจิตร 1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร 62000 (อาคารสำนักงานเทศบาลเมืองกำแพงเพชร) โทร.055-720557 บริการประชาชนเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรต่าง ๆ เช่น การแจ้งเกิด แจ้งตาย แจ้งย้าย แจ้งแก้ไขรายการในทะเบียนบ้านและงานจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน

การบริการ
หลักฐาน
ขั้นตอนการติดต่อ
การแจ้งเกิด
1. เมื่อมีคนเกิดในบ้านให้เจ้าบ้านหรือบิดามารดา
หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียน
ผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่เกิดภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิด
2.เมื่อมีคนเกิดนอกบ้านให้บิดาหรือมารดาหรือผู้ที่
ได้รับมอบหมายเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้ง
แห่งท้องที่ที่เกิด หรือแห่งท้องที่ที่พึงได้ใน 15 วัน
นับแต่วันเกิด หรือ
ในกรณีจำเป็นไม่อาจแจ้งได้ตามกำหนด ให้แจ้งภายหลังได้ แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน
1. สำเนาทะเบียนบ้าน ( ฉบับเจ้าบ้าน )
2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา
( ถ้ามี )
3. หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล
( ถ้ามี )
4.หนังสือยินยอมให้บุตรใช้ชื่อสกุลของบิดา
( กรณีไม่จดทะเบียนสมรส )

 

1. ผู้แจ้งยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียน
2.นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานกับทะเบียนบ้าน
และลงรายการในสูติบัตร ทั้ง 3 ตอน
แล้วเพิ่มชื่อเด็กในทะเบียนและสำเนาทะเบียนบ้าน
ฉบับเจ้าบ้าน เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จึงมอบสูติบัตร ตอนที่ 1 และสำเนาทะเบียนบ้านให้กับผู้แจ้ง
 

 

การแจ้งเกิดเกินกำหนด
เป็นการแจ้งการเกิดเมื่อเวลาผ่านพ้นไปจากที่
กฎหมายกำหนดไว้ ( 15 วัน ) ต้องระวางโทษ
ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
1. สำเนาทะเบียนบ้าน
2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา
( ถ้ามี )
3. หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล
 ( ถ้ามี )
1. สำเนาทะเบียนบ้าน
2.นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานแล้วเปรียบเทียบคดี ความผิด และสอบสวนผู้แจ้ง บิดา มารดา ให้ทราบสาเหตุที่ไม่แจ้งการเกิดภายในเวลาที่กำหนด ในกรณีที่บิดาหรือมารดาไม่อาจมาให้ถ้อยคำในการ
สอบสวนได้ ไม่ว่าจะด้วยกรณีใด นายทะเบียนจะบันทึกถึงสาเหตุดังกล่าวไว้ และนำเสนอนายอำเภออนุมัติออกสูติบัตรต่อไป
 
การแจ้งตาย

1. เมื่อมีคนตายในบ้าน ให้เจ้าบ้านเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่ง
ท้องที่ที่มีคนตายภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย ในกรณีไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาพบศพ
2.เมื่อมีคนตายนอกบ้านให้ผู้ที่ไปกับผู้ตายหรือ
ผู้พบศพเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่
ที่ตาย หรือพบศพ หรือแห่งท้องที่ที่พึงแจ้งได้ภายใน 24 ชั่วโมง
นับแต่เวลาตายหรือพบศพในกรณีนี้จะแจ้งต่อ
พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจก็ได้

1.สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่คนตาย
มีชื่อและรายการบุคคล(ถ้ามี)
2.หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล
(ถ้ามี)
3.บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง




 

1.ผู้แจ้งยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียน
เพื่อตรวจสอบและลงรายการในมรณบัตร
2.จำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้าน โดยจะ
ประทับคำว่า "ตาย" สีแดงไว้หน้ารายการคนตาย
3.มอบมรณบัตร ตอนที่ 1 ทะเบียนบ้านและบัตร
ประชาชนคืนผู้แจ้ง



 
การแจ้งย้ายเข้า
เมื่อมีผู้ย้ายเข้าหรือย้ายออกให้เจ้าบ้านแจ้งต่อ
นายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นย้ายออก โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น
1. สำเนาทะเบียนบ้าน ( ฉบับเจ้าบ้าน )
2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน
3. หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าบ้าน ( ถ้ามี )
4. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับ
มอบหมายจากเจ้าบ้าน
5. ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ( ท.ร.6 ) ตอนที่ 1 และ 2
1. ยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องท
ี่ที่จะย้ายเข้า
2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และรายการใบแจ้งการย้ายที่อยู่และเพิ่มชื่อ
ในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้าน
( ฉบับเจ้าบ้าน ) โดยตรวจสอบรายการให้ถูกต้องตรงกันและ
มอบสำเนาทะเบียนบ้าน และหลักฐานคืนให้ผู้แจ้ง
การแจ้งย้ายออก
  1. สำเนาทะเบียนบ้าน ( ฉบับเจ้าบ้าน )
2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน
3. หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าบ้าน ( ถ้ามี )
4. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับ
มอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีมอบอำนาจ)
5. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ย้ายที่อยู่ กรณีแจ้งย้ายที่อยู่ของตนเอง ทั้งนี้ผู้ย้าย
ที่อยู่สามารถร้องขอทำหน้าที่เจ้าบ้านเพื่อ
แจ้งย้ายที่อยู่ของตนเองได้
1. ยื่นเรื่องต่อนายทะเบียนท้องที่ที่มีชื่ออยู่ใน
ทะเบียนบ้าน ( ถึงแม้ว่าเจ้าของบ้าน
ไม่สามารถไปแจ้งย้ายออกให้ได้ผู้ที่อยู่สามารถขอ
ทำหน้าที่เจ้าบ้าน เพื่อย้ายชื่อตนเองออกได้
2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และรายการบุคคลที่จะย้ายออกลงรายการใน
ใบแจ้งการย้ายที่อยู่และจำหน่ายรายการบุคคล
ที่ย้ายออกในทะเบียนบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้าน
( ฉบับเจ้าบ้าน ) โดยจะประทับคำว่า “ย้าย”
สีน้ำเงินไว้หน้ารายการ และระบุว่าย้ายไปที่ใด
3.นายทะเบียนมอบหลักฐานการแจ้งคืนผู้แจ้ง
พร้อมทั้งใบแจ้งการย้ายที่อยู่ตอนที่ 1และ 2 เพื่อนำไปแจ้งย้ายเข้าต่อไป
การแจ้งย้ายปลายทาง
ผู้ที่ย้ายที่อยู่ สามารถไปแจ้งย้ายออกและย้ายเข้า ณ สำนักทะเบียนแห่งที่อยู่ใหม่ โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปแจ้งย้ายออกจากทะเบียน
บ้านเดิมทั้งนี้ผู้ย้ายที่อยู่ควรเป็นผู้แจ้งย้ายด้วยตนเอง

 

 

 

1.สำเนาทะเบียนบ้าน(ฉบับเจ้าบ้าน)
ของบ้านที่จะย้ายเข้า
2.บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านที่จะ
ย้ายไปอยู่ใหม่ พร้อมคำยินยอมเป็นหนังสือ
เจ้าบ้าน
3.บัตรประจำตัวประชาขน

 

 

1. ยื่นหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่ที่จะย้ายเข้า
2.นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานและลงรายการ
ในใบแจ้งการย้ายที่อยู่โดยให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อ
ในช่องผู้แจ้งย้ายออกและช่องผู้แจ้งย้ายเข้าสำหรับช่อง เจ้าบ้านผู้ยินยอมให้ย้ายเข้าให้เขียนชื่อ-สกุลตัวบรรจง และเสียค่าธรรมเนียม 5 บาท
3.ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 15 วัน (สำนักทะเบียนที่ยังไม่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์)
4.ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 10 นาที (สำนักทะเบียนที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์)
การทำบัตรประจำตัวประชาชน

หลักฐาน

กรณีขอมีบัตรครั้งแรก
1. ผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ต้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนหาก
ไม่ขอมีบัตรภายใน 60 วัน จะถูกปรับไม่เกิน 500 บาท
2.ยื่นคำขอที่อำเภอ กิ่งอำเภอ เขต หรือเทศบาล ที่ตนเองมีชื่อในทะเบียนบ้าน
3. ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด

 

 

1.สำเนาทะเบียนบ้าน
2.แสดงหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบเกิด ใบสุทธิ เพื่อแสดงว่าเป็นบุคคล
เดียวกับผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน
3.กรณีเป็นบุตรบุคคลต่างด้าว ต้องมีหนังสือสำคัญประจำตัวบุคคลต่างด้าว
ของบิดาและมารดาแสดงด้วย
4.กรณีไม่มีหลักฐานตามข้อ 2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือมารับรอง
 
กรณีบัตรเดิมชำรุด

หลักฐาน

เมื่อบัตรเดิมหมดอายุ ผู้ถือบัตรต้องขอมีบัตรภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมหมดอายุ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมหากไม่ขอมีบัตรภายในกำหนด 60 วันจะถูกปรับไม่เกิน 200 บาท 1.สำเนาทะเบียนบ้าน
2. บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่หมดอายุ

 

บัตรหายหรือบัตรถูกทำลาย
เขตกรุงเทพมหานคร แจ้งความต่อสถานีตำรวจ

หลักฐาน

ต่างจังหวัด แจ้งความที่อำเภอ กิ่งอำเภอ เทศบาล แจ้งที่สำนักทะเบียนท้องถิ่น หรือสถานีตำรวจภูธร ให้ยื่นเรื่องขอมีบัตรใหม่ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมหาย หรือถูกทำลาย หากเลยกำหนด จะเสียค่าปรับไม่เกิน 200 บาท

 

 

1.สำเนาทะเบียนบ้าน
2.สำเนาหลักฐานการแจ้งความบัตรหาย
3.นำหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ไปด้วย
(ถ้ามี) เช่น ใบเกิด ใบสุทธิ หรือสำเนาภาพถ่ายบัตรเดิมที่สูญหาย
4.เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท
5.หากค้นหาหลักฐานเดิมที่เคยทำบัตรเก่าไม่พบ ต้องนำเจ้าบ้านหรือผู้ที่น่าเชื่อถือ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ญาติพี่น้องไปรับรองด้วย
กรณีบัตรชำรุด หลักฐาน
หากบัตรเดิมชำรุด เช่น ไฟไหม้บางส่วน ถูกน้ำเลอะเลือน ให้ขอเปลี่ยนบัตรภายใน 90 วัน 1.สำเนาทะเบียนบ้าน
2.บัตรเดิมที่ชำรุด
3.หลักฐานที่ทางราชการออกให้ (ถ้ามี) เช่น ใบขับขี่ , หนังสือเดินทาง เป็นต้น
4.เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท
5.หากบัตรชำรุดมากจนไม่สามารถใช้พิสูจน์
ตัวบุคคลได้ต้องนำเจ้าบ้านหรือผู้ที่น่าเชื่อถือได้ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ญาติพี่น้อง ไปรับรองด้วย
เปลี่ยนชื่อตัวหรือสกุล หลักฐาน
หากเปลี่ยนชื่อตัวหรือนามสกุล ให้ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนบัตรภายใน 60 วัน นับแต่วันที่แก้ไขชื่อหรือนามสกุลในทะเบียนบ้าน หากไม่ยื่นภายในกำหนด
ต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 200 บาท
1.สำเนาทะเบียนบ้าน
2.บัตรฯ เดิม
3.ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล
4.เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท
 
 
Untitled Document
 
สำนักงานเทศบาลเมืองกำแพงเพชร
111 ถ.เลี่ยงเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร 62000 โทรศัพท์ 0-5571-8200 , 20 คู่สาย โทรสาร 0-5571-8225